คอนเสิร์ตการกุศล “2 สีแห่งเสียง ไทย–มองโกเลีย” (The Two Colours of Sound Charity Concert) เกิดจากแนวคิดของสมาชิก สภาวัฒนธรรมไทยแห่งกรุงอูลันบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย (TCCM.org) ซึ่งเป็นสภาวัฒนธรรมต่างประเทศลำดับที่ 17 ที่ได้รับการอนุมัติจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมีทั้งคนไทยและชาวมองโกเลียเป็นสมาชิก
วัตถุประสงค์ของคอนเสิร์ต คือการสร้างกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านเสียงดนตรี ภายใต้ความตั้งใจที่จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี สลับกันระหว่างประเทศไทยและประเทศมองโกเลีย ผู้ก่อตั้งสภาวัฒนธรรมและสมาชิกเชื่อมั่นว่า “ดนตรีคือสื่อกลางที่ดีที่สุดในการสร้างมิตรภาพและความเข้าใจร่วมกัน” พร้อมเปิดโอกาสให้ทั้งสองประเทศได้ศึกษา ทำงานร่วมกัน และสร้างสรรค์การแสดงอันทรงคุณค่า ซึ่งจะนำไปสู่ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุน
แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง ทั้งจากสถานเอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย สถานกงสุลกิตติมศักดิ์มองโกเลีย ประจำจังหวัดภูเก็ตและพังงา (consulatemongolia.com) กระทรวงวัฒนธรรม ตลอดจนภาคเอกชนทั้งไทยและมองโกเลีย
สำหรับปี 2025 คอนเสิร์ตจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2025 เวลา 18.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยก่อนเริ่มงาน จะมีการออกบูธจัดแสดงสินค้าไทย–มองโกเลีย บริเวณลานหน้าหอประชุม พร้อมกิจกรรมพบปะแลกเปลี่ยนระหว่างนักธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐจากทั้งสองประเทศ
ไฮไลท์การแสดงปี 2025 ได้แก่ 3 วงดนตรีคุณภาพจากสองชาติ
วงอุษา อสิลิ (Usa Asili) ก่อตั้งโดย คุณพงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ศิลปินศิลปาธร กระทรวงวัฒนธรรม นำเสนอแนวดนตรีพหุวัฒนธรรม ผสมผสานเครื่องดนตรีไทยและสากล ถ่ายทอดความเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ไร้พรมแดน
Sonlongo Ganghuyak ศิลปินมองโกเลียผู้เชี่ยวชาญการบรรเลง Yatga (พิณมองโกเลีย) ในรูปแบบดนตรีสมัยใหม่ ผสมผสานกับเครื่องดนตรีประจำชาติ
AgMat Band (Mongolia) วงที่ผสานเสียง ซอหัวม้า (Murin Khuur) กับเครื่องดนตรีไฟฟ้าสมัยใหม่ ถ่ายทอดพลังดนตรีที่เข้มข้นและมีเอกลักษณ์
ทั้ง 3 วงจะขึ้นเวทีร่วมกัน เพื่อสร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีอันทรงคุณค่า เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และแรงบันดาลใจระหว่างศิลปินไทยและมองโกเลียอย่างแท้จริง
คอนเสิร์ตครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างอบอุ่นจากภาครัฐและเอกชนในทั้งสองประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และยังช่วยสร้างสายสัมพันธ์มิตรภาพที่จะขยายไปสู่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต




